กรมทางหลวงเริ่มแผนสร้างมอเตอร์เวย์ 5 สายเริ่มที่บางปะอิน-โคราช

กรมทางหลวงรีวิวแผนสร้างมอเตอร์เวย์ระยะแรก 5 สาย 707 กิโลเมตร เงินลงทุนกว่า 1.7 แสนล้าน หลังดีเลย์จากแผนงาน 5 ปี เริ่มต้นนับหนึ่งปี 2554-2564 เผย “บางปะอิน-โคราช” พร้อมสุด เตรียมเปิดเอกชนลงทุนแบบ PPPs วงเงิน 6 หมื่นล้านแลกสัมปทาน 45 ปี

นายวีระ เรืองสุขศรีวงศ์ อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า กรมได้ปรับแผนการก่อสร้างโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) ใหม่ เป็นแผนระยะเร่งด่วน 10 ปี 5 สายทาง 707 กิโลเมตร วงเงินลงทุน 179,420 ล้านบาท จากกรอบการลงทุนเดิมปี 2550-2560 เป็นปี 2554-2564 โดยเลื่อนไปจากแผนเดิมออกไปอีก 5 ปี เนื่องจากแผนงานล่าช้าไม่เป็นไปตามที่คาดไว้ เพราะแต่ละโครงการใช้เงินลงทุนสูง ต้องให้เอกชนเข้ามาร่วมลงทุน

รูปแบบการลงทุนศึกษาไว้ 3 รูปแบบ คือ 1) ร่วมทุนระหว่างรัฐและเอกชนแบบ PPP (Public Private Partnership) 2) เงินกองทุนจากค่าธรรมเนียมของสาย 7 (มอเตอร์เวย์สายกรุงเทพฯ-ชลบุรีสายใหม่) และสาย 9 (ถนนวงแหวนรอบนอกตะวันออก) และ 3) กองทุนรวมโครงสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐาน

“ตอนนี้กำลังนำร่องสายบางปะอิน-สระบุรี-นครราชสีมา เป็นโครงการแรกที่จะให้เอกชนเข้าร่วมลงทุนในรูปแบบ PPP คือ รัฐจ่ายค่าเวนคืน เอกชนลงทุนค่าก่อสร้าง มูลค่าลงทุน 60,000 ล้านบาท เป็นการให้สัมปทานเอกชนรูปแบบหนึ่ง อยู่ระหว่างศึกษารูปแบบความเหมาะสมดูข้อดีข้อเสีย เพื่อเสนอให้กระทรวงคมนาคมพิจารณาอีกรอบก่อนที่จะเสนอคณะรัฐมนตรีอนุมัติ และเปิดให้เอกชนเข้าร่วมประมูล หากสำเร็จจะเป็นต้นแบบให้กับสายอื่น ๆ ต่อไป”

นายวีระกล่าวต่อว่า จากการศึกษาในเบื้องต้น รูปแบบที่ออกมา มี 3 แนวทาง คือรัฐลงทุน 20-30-40% ในส่วนค่าก่อสร้างและเวนคืนที่ดิน ซึ่งเมื่อพิจารณาทั้ง 3 แนวทางแล้ว แนวโน้มจะเป็นรัฐลงทุนค่าก่อสร้างและเวนคืนที่ดิน 30% ของเงินลงทุนทั้งหมด 60,000 ล้านบาท โดยให้อายุสัมปทาน 45 ปี เพื่อให้เอกชนมีระยะเวลา ในการได้รับผลตอบแทนจากการเก็บค่าผ่านทาง ซึ่งจะเก็บแบบระบบปิด แรกเข้า 30 บาท จากนั้นเก็บกิโลเมตรละ 1 บาท

“เริ่มแรกมีความเป็นไปได้จะสร้างถึงมวกเหล็กก่อน ระยะทาง 79 กิโลเมตร เงินลงทุนประมาณ 30,000 ล้านบาท”

สำหรับ โครงการมอเตอร์เวย์ทั้ง 5 สายทาง ที่กรมคัดเลือกเป็นแผนระยะแรกจะเป็นเส้นทางดำเนินการห่างจากกรุงเทพฯ ในรัศมี 250 กิโลเมตร ออกไปสู่ภาคต่าง ๆ คือ ภาคเหนือ ภาคใต้ ภาคตะวันออกและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เรียงลำดับความสำคัญเร่งด่วนคือ 1) สายบางปะอิน-สระบุรี-นครราชสีมา เป็นโครงการที่พร้อมที่สุด ทั้งแบบรายละเอียด การเวนคืนที่ดินและผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ขณะนี้กำลังรอออกพระราชกฤษฎีกาเวนคืนที่ดิน 2) สายชลบุรี-พัทยา-มาบตาพุด 3) สายบางใหญ่-นครปฐม-กาญจนบุรี 4) สายนครปฐม-สมุทรสงคราม-ชะอำ และ5) สายบางปะอิน-นครสวรรค์

นายวีระกล่าวว่า โครงการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของแผนแม่บทการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่าง เมือง ที่ได้มีมติ ครม. อนุมัติไว้เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2540 จำนวน 13 สายทาง ระยะเวลาก่อสร้าง 20 ปี รวมระยะทาง 4,150 กิโลเมตร ค่าก่อสร้าง 472,360 ล้านบาท กรมดำเนินการแล้วเสร็จมี 2 สาย คือ กรุงเทพฯ-ชลบุรี (สายใหม่) 82 กิโลเมตร และสายวงแหวนรอบนอกกรุงเทพฯด้านตะวันออก 64 กิโลเมตร มีรายได้จากค่าธรรมเนียม 2 สายทาง เฉลี่ยวันละ 8 ล้านบาท มีเงินคงเหลือในกองทุน (ปี 2552) จำนวน 9,500 ล้านบาท